ทัวร์จอร์เจีย

New

TOL07-TK-8D-GEORGIA

โปรแกรมทัวร์ยุโรป/เอเชีย ทัวร์แกรนด์จอร์เจีย ทบิลิซี่ บาทูมิ 8 วัน 5 คืน เดินทางโดยสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์

฿ 49,900 ฿ 49,900
New

TOL10-ZGTBS-2201TK

โปรแกรมทัวร์ต่างประเทศ ทัวร์ยุโรป/เอเชีย ทัวร์จอร์เจีย ทบิลิซี กูดาอูรี ไซห์นากี 6 วัน 3 คืน โดยสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์

฿ 45,999 ฿ 45,999
New

TOL28-AZTKGEOR06

โปรแกรมทัวร์ยุโรป/เอเชีย ทัวร์แกรนด์จอร์เจีย เที่ยวครบ ตบในทริปเดียว 8 วัน 5 คืน เดินทางโดยสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์

฿ 59,900 ฿ 59,900

  ทัวร์จอร์เจีย ตะลุยสุดขอบเอเชีย บรรยากาศยุโรป

     ทัวร์จอร์เจีย เป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวไทยเริ่มสนใจไปเที่ยวกันมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าน้องใหม่มาแรงเลยทีเดียว ด้วยธรรมชาติและวัฒนธรรมที่น่าค้นหา มีความสวยงามราวกับสวรรค์อย่างแท้จริง ที่สำคัญค่าครองชีพค่อนข้างถูก เที่ยวได้สบายหายห่วง แถมฟรีวีซ่าให้คนไทยด้วย วันนี้เราจะพามาดูข้อมูลทัวร์จอร์เจีย โดยเริ่มจากการทำความรู้จักประเทศเล็กๆ ประเทศนี้กันก่อนดีกว่า

  เริ่มต้นทัวร์จอร์เจีย ด้วยข้อมูลของประเทศ และการเตรียมตัวการเดินทาง

     หลายคนอาจจะคิดว่า ประเทศจอร์เจีย อยู่ยุโรปบ้างล่ะ อยู่ไกลมากบ้างล่ะ แต่อันที่จริงแล้ว จอร์เจียเป็นประเทศที่อยู่ในเอเชีย เป็นดินแดนแห่งหุบเขาที่อยู่ติดกับประเทศรัสเซียและตุรกี จนได้รับขนานนามว่า ดินแดนสุดขอบทวีปเอเชีย ซึ่งมีอารยธรรมเก่าแก่ยาวนานกว่า 2,500 ปี ที่เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามทั้ง สถาปัตยกรรม ธรรมชาติ และประวัติศาสตร์ที่น่าค้นหา และในแต่ละฤดูก็ทำให้ธรรมชาติเปลี่ยนแปลงไป มีความงดงามมากขึ้น เรียกได้ว่ามาทัวร์จอร์เจีย แล้วไม่มีวันเบื่อ และมาทัวร์จอร์เจียครั้งเดียวไม่พอแน่นอน

     อุณหภูมิเฉลี่ยของประเทศจอร์เจียตลอดทั้งปี อยู่ประมาณ 13 - 23 องศาเซลเซียส เรียกได้ว่ามาทัวร์จอร์เจียได้ทุกฤดูเลยค่ะ

     ประเทศจอร์เจีย อยู่ในเขตเวลามาตรฐาน GMT+3 ก็คือช้ากว่าไทย 4 ชั่วโมงนั่นเอง ถ้ามาทัวร์จอร์เจีย ต้องอย่าลืมปรับนาฬิกาก่อนลงเครื่องกันนะ

     ประเทศจอร์เจียใช้สกุลเงินที่ชื่อว่า ลารีจอร์เจีย (GEL) 1 ลารีจอร์เจีย (GEL) = ประมาณ 11-12 บาท (ไม่มีร้านแลกเงินในไทยเปิดแลกสกุลเงิน ลารีจอร์เจีย หากจะเดินทางไปทัวร์จอร์เจียนั้น แนะนำให้แลกสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) และหรือยูโร (EUR) ไปจากเมืองไทยก่อน และเมื่อเดินทางไปถึงจอร์เจียแล้วค่อยไปแลกเป็นสกุลเงิน ลารีจอร์เจีย)

  ฤดูกาลไหน น่าไปทัวร์จอร์เจียที่สุด

     อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้น ประเทศจอร์เจียเป็นประเทศที่เที่ยวได้ตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะฤดูกาลไหนๆ ก็เอื้อต่อการไปทัวร์จอร์เจียด้วยกันทั้งนั้น ทีนี้ก็แล้วแต่ความชอบส่วนตัวของแต่ละคนแล้วล่ะค่ะ ว่าอยากไปช่วงไหน

  • ทัวร์จอร์เจียฤดูหนาว ( ช่วงหิมะ ) : ธันวาคม – กุมภาพันธ์

   หากใครที่อยากสัมผัสหิมะหรือเล่นสกี ให้มาทัวร์จอร์เจียช่วงหน้าหนาวเลย ซึ่งจะมีสกีรีสอร์ทเปิดเต็มไปหมด อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ -7 – 10 องศา แต่ถ้ามาเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ จะเที่ยวลำบากนิดหน่อย เพราะอาจจะมีเส้นทางที่ถูกปิดรถวิ่งไม่ได้ เวลากลางวันสั้นกว่ากลางคืน แต่ถ้าอยากหนีร้อนไปเที่ยวจอร์เจียช่วงหน้าหนาว ให้ไปต้นเดือนธันวามคมหรือปลายเดือนกุมภาพันธ์จะดีที่สุด

  • ทัวร์จอร์เจียฤดูใบไม้ผลิ  : ปลายมีนาคม – ต้นพฤษภาคม

   เรียกว่าช่วงไฮไลท์ของที่นี่ เป็นฤดูที่คนไทยชอบมาทัวร์จอร์เจียมากที่สุด เที่ยวแบบอากาศเย็นๆ กำลังดี ดอกไม้กำลังผลิบานตามสถานที่ท่องเที่ยว ธรรมชาติเริ่มกลับมามีชีวิตชีว่าอีกครั้ง ทำให้สามารถตะลุย ที่เที่ยวจอร์เจีย ได้อย่างเต็มที่ แหล่งท่องเที่ยวตามภูเขาที่สูงยังมีหิมะให้เห็นอยู่ สามารถเล่นสกีได้ถึงช่วงเมษาเลย ใครที่สามารถหยุดยาว มาทัวร์จอร์เจียช่วงวันสงกรานต์ได้แนะนำให้มาเลย

  • ทัวร์จอร์เจียฤดูร้อน : มิถุนายน – สิงหาคม

   พีคสุดๆ คือช่วงน่าร้อน คนยุโรปชาวตะวันตกจะชอบมาทัวร์จอร์เจียช่วงนี้กันเป็นส่วนใหญ่ สถานที่เที่ยวจอร์เจีย ตามธรรมชาติต้นไม้เขียวขจี มีเวลากลางวันนานกว่ากลาคืน  เที่ยวได้ยาวนาน มีเวลาเก็บภาพสวยๆ มากกว่าฤดูอื่น ถือว่าเป็นช่วงที่เหมาะกับการท่องเที่ยว เสียอย่างเดียวอากาศร้อน คือร้อนมากจริงๆ

  • ทัวร์จอร์เจียฤดูใบไม้เปลี่ยนสี : กันยายน – พฤศจิกายน

   ชมความมหัศจรรย์ของธรรมชาติกับฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ทิวทัศน์ตามแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ จะค่อยๆ ไล่ผลัดเปลี่ยนสีเป็นโทนสีส้ม อากาศเริ่มหนาวเย็น เหมาะกับการควงแฟนมาทัวร์จอร์เจีย ขับรถเที่ยวชมธรรมชาติมากๆ เลย รับรองว่าแมนติกสุดๆ

  สนุกยิ่งขึ้น เมื่อทัวร์จอร์เจีย ช่วงเทศกาล

     ทัวร์จอร์เจีย มีเทศกาลมากมายที่เเสดงออกถึงความเก่าเเก่เเละงดงาม รวมทั้งเต็มไปด้วยคติความเชื่อมาเเต่โบราณทำให้ได้รับการสืบทอดมาจนถึงทุกวันนี้ เเละมีหลายเทศกาลที่ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมชมเป็นจำนวนมาก

  • เทศกาลคริสต์มาส

   จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในวันที่ 7 มกราคม ซึ่งจะเเตกต่างจากการจัดงานคริสต์มาสที่อื่นๆ ในโลก โดยบรรยากาศเเห่งการเฉลิมฉลองนั้นจะมีความยิ่งใหญ่เป็นอย่างมาก โดยจะมีชาวออร์โธด็อกซ์มาร่วมงานกันอย่างเต็มท้องถนนเป็นบรรยากาศที่สร้างความคึกคักได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว สำหรับเทศกาลที่สืบทอดกันมากว่าพันปี การมาทัวร์จอร์เจียในช่วงปลายปี เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีมากเลยค่ะ

  • เทศกาลฤดูหนาว

   เป็นเทศกาลที่มีความใหญ่โตเเละเก่าเเก่อย่างมากเเละสร้างความคึกคักให้กับผู้ที่ได้มาสัมผัสอย่างยิ่ง กับวัฒนธรรมเเละประเพณีต่างๆ ที่นำมาจัดเเสดงอย่างมากมาย ทำให้บรรยากาศมาทัวร์จอร์เจีย นั้นมีเเต่ความสนุกสนานเเละคึกคักน่ามาสัมผัสเป็นอย่างยิ่งอีกเทศกาล

  • Tbilisoba

   เทศกาล ที่สำคัญที่สุดของ จอร์เจีย นับเป็นวันก่อตั้งของเมืองหลวงพร้อมกับฤดูเก็บเกี่ยวในฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งจะจัดขึ้นเมื่อสิ้นสัปดาห์แรกของเดือนตุลาคม ของทุกปี และมีการ เฉลิมฉลอง ด้วยการประโคมและ เฉลิมฉลอง อย่างสนุกสนานทบิลิโซบะฉลองความหลากหลายและวัฒนธรรมของประเทศผ่านการแสดงนาฏศิลป์โรงละครและดนตรีการแสดงผลไม้และชีสที่ยอดเยี่ยมดอกไม้ไฟและอื่นๆ มาทัวร์จอร์เจียในช่วงนี้ก็จะได้บรรยากาศการเฉลิมฉลอมมากๆ เลยล่ะค่ะ

  • เทศกาลศิลปะยีน

   เทศกาลดนตรี ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดใน จอร์เจีย เทศกาล Art-Gene จัดแสดงในงาน เทศกาลดนตรี และมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศทุกปี ในเดือนกรกฎาคม จัดขึ้นที่พิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์วิทยาใน ทบิลิซี เทศกาล ที่จัดขึ้นตลอดสัปดาห์มีการแสดงดนตรีพื้นบ้านและ การเต้นรำ พร้อมกับการแสดงดนตรีร่วมสมัยและการแสดงงานฝีมือ

 

  ทัวร์จอร์เจีย สวยทุกเมืองจริงหรือ ?

     จะเห็นว่าทัวร์จอร์เจีย มีระยะเวลาตั้งแต่ 5 วัน ถึง 10 วันเลยทีเดียว วันนี้เราจะพามาดูกันว่าเมืองไหนห้ามพลาด น่าไปเที่ยวสุดๆ ตามมาเลยค่า

  • ทัวร์จอร์เจีย เมืองหลวงทบิลิซี (Tbilisi)

  เที่ยวจอร์เจีย เมืองหลวงที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์แบบเมืองเก่าไว้ได้เป็นอย่างดี ทั้งสีสันต่างๆ อาคารบ้านเรือนที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมของแต่ละยุค ที่สำคัญคือรายล้อมด้วยภูเขาสูงใหญ่สุดลูกหูลูกตา เป็นภาพที่หาได้ยากในเมืองหลวงอื่นในยุโรปจริงๆ ค่ะ ที่ทบิลิซีมีเคเบิลคาร์จากสวนไรค์ (Rike Park) ให้ขึ้นไปชมวิวแบบพาโนรามาบนป้อมปราการ นาริกาลา (Narikala) ด้านบน ค่าโดยสารเพียง 1 ลารีจอร์เจียเท่านั้นค่ะ

  • ทัวร์จอร์เจีย เมืองหลวงเก่า มิชเคห์ตา (Mtskheta)

   อดีตเมืองหลวงในช่วงศตวรรษที่ 5 ของจอร์เจีย อยู่ห่างจากทบิลิซีเพียง 20 กิโลเมตร เป็นเมืองเล็กๆ ที่มีภูมิประเทศอันสวยงาม อาคารบ้านเรือนยังคงความเป็นยุคกลสงเหมือนเดิม รายล้อมไปด้วยไร่องุ่นสายพันธุ์สำหรับทำไวน์

  • ทัวร์จอร์เจีย เมืองโบราณอุพลิสชิเค (Uplistsikhe)

   เมืองถ้ำโบราณที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเช่นกัน อายุกว่า 3,000 ปี เมืองนี้ใช้การสร้างโดยเจาะภูเขาหินจนลึกเข้าไปเป็นถ้ำ และมีการอยู่อาศัยกันจนเป็นชุมชนใหญ่ มีทั้งที่พักอาศัย ร้านค้า โบสถ์ คุก ฯลฯ รอบๆ เมืองยังมีวิวเทือกเขา และแม่น้ำมิกวาริที่สวยงามด้วย

  • ทัวร์จอร์เจีย เมืองบนเทือกเขา คาซเบกิ (Kazbegi)

   คาซเบกิตั้งอยู่บนภูเขาคาซเบก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาคอเคซัสทางตะวันออกเฉียงเหนือของจอร์เจีย ที่ควมสูงกว่า 2,170 เมตร ทำให้การมาที่นี่ต้องนั่งรถโฟล์วีลขึ้นมา หรือเดินตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ใช้เวลาราว ๆ 1-2 ชั่วโมงก็ถึง โดยมีที่เที่ยวเด่นก็คือโบสถ์เก่าแก่ Gergeti Trinity Church สร้างมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 14 โดยมีด้านหลังเป็นแนวยอดเขาคาซเบกิอันยิ่งใหญ่เป็นแบ็คกราวน์ ซึ่งเป็นสถานที่ยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่มาทัวร์จอร์เจียค่ะ

  • ทัวร์จอร์เจีย เมืองตากอากาศ บอร์โจมิ (Borjomi)

   เมืองเล็กน่ารักอันแสนเงียบสงบ และมีชื่อเสียงในด้านน้ำแร่มากที่สุดของประเทศ เพราะเป็นแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติ มีที่พักมากมายที่เปิดให้บริการแช่น้ำพุร้อน และความดีก็คือที่นี่มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี แช่น้ำร้อนตอนไหนก็ฟิน

  • ทัวร์จอร์เจีย เมืองริมทะเลดำ บาทูมิ (Batumi)

   เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของจอร์เจีย อยู่ริมชายฝั่งทะเลดำบริเวณเชิงเขาคอเคซัส ที่ภายในเมืองจะมีการผสมผสานกันระหว่างวัฒนธรรมดั้งเดิม และสมัยใหม่ไว้อย่างลงตัว ใครชอบที่เที่ยวเอนเตอร์เทนเมนต์เยอะๆ น่าลองมาแวะค่ะ

  • ทัวร์จอร์เจีย เมืองสกีรีสอร์ท กูเดาริ (Gudauri)

   กูเดาริน่าจะถูกใจสายเที่ยวหน้าหนาว นอนเล่นหิมะเป็นแน่แท้ เพราะที่นี่จะกลายสภาพเป็นภูเขาหิมะขนาดใหญ่ไว้เล่นสกี และกีฬาฤดูหนาวทุกรูปแบบ บนความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 2,200 เมตร มีความยิ่งใหญ่อลังการไม่แพ้เทือกเขาแอลป์ของฝั่งยุโรปเลยทีเดียว มาทัวร์จอร์เจียหน้าหนาวล่ะก็ ต้องเมืองนี้เลยค่ะ

  ไปทัวร์จอร์เจีย ทานอะไรดีนะ ?

     หลายคนน่าจะเคยกังวลว่า ไปทัวร์จอร์เจีย อาหารจะเป็นยังไงนะ ? จะทานได้หรือเปล่านะ ? 

  • Khinkali

   เมนูแรก ที่ใครได้ไป เที่ยวจอร์เจีย ต้องลองให้ได้ นั่นคือ Khinkali เกี๊ยวนึ่งยอดนิยม ลักษณะจะคล้ายๆ กับเสี่ยวหลงเปา แต่ลูกใหญ่กว่า ตัวไส้เองก็มีหลากหลายมากๆ ส่วนใหญ่ทำมาจากเนื้อแกะ เนื้อวัว เนื้อหมู ชีส แล้วก็มีน้ำซุปรสกลมกล่อมอยู่ข้างใน เวลากินคนที่นี่เขาจะใช้มือจับบริเวณจีบด้านบน แล้วเอาเข้าปากแทนการใช้ตะเกียบ ว่ากันว่าเมนูนี้เป็นอาหารพื้นเมืองของชาวจอร์เจียบนภูเขาสูงที่สืบทอดต่อกันมาแต่ดั้งเดิม อยากรู้รสชาติเป็นยังไง ถ้าไปทัวร์จอร์เจียก็ต้องลองชิมให้ได้นะ

  • Khachapuri

   จานนี้จัดว่าเป็นอาหารเช้าแบบจอร์เจียที่สุดยอดมากๆ ใครที่มาทัวร์จอร์เจีย ห้ามพลาดเลย! สิ่งนี้เรียกว่า Khachapuri ลักษณะเป็นขนมปังแป้งบางกรอบรูปถ้วย มีทั้งทรงกลม สี่เหลี่ยม และเรือ แตกต่างกันไป ตรงกลางมีไข่ เนย ชีส เสิร์ฟร้อนๆ เวลาทานต้องคลุกให้เข้ากัน และทานพร้อมกันทั้งขนมปังและไส้ที่อยู่ด้านใน ใครที่ชอบกลิ่นหอมของเนย ชีส และความเข้ากันของทุกสิ่งแบบนัวๆ ถูกใจเมนูนี้แน่นอน

  • Kharcho 
   จานนี้คือต้นตำรับซุปแบบจอร์เจีย ส่วนผสมหลักๆ ของ Kharcho หรือ Harcho ก็จะมี เนื้อสัตว์นำมาหั่นเป็นชิ้นๆ ต้มจนเปื่อย แล้วใส่ ข้าว, วอลนัทสับ, เชอร์รี่พลัม และเครื่องเทศต่างๆ ที่แตกต่างกันไปตามภูมิภาคของจอร์เจียเป็นอีกหนึ่งเมนูประจำชาติที่นักเดินทางที่มา ทัวร์จอร์เจีย หลายคนชื่นชอบ
  • Georgian Wine

   เมนูเครื่องดื่มที่ใคร มาทัวร์จอร์เจีย ไม่ได้ลองเหมือนมาไม่ถึง นั่นก็เพราะ จอร์เจีย เป็นหนึ่งในประเทศผลิตไวน์ที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก และกระบวนการผลิตไวน์ที่สืบทอดมากว่า 8,000 ปี ซึ่งยังได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การ UNESCO ให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมด้วยนะ ใครอยากรู้ว่าไวน์จอร์เจียจะรสชาตินุ่มละมุนลิ้นขนาดไหน ไปเที่ยวจอร์เจีย แล้วต้องลองให้ได้นะคะ

  ของที่ระลึกจากทัวร์จอร์เจีย

     เอาล่ะ ได้รู้ทั้งการเตรียมตัวการเดินทาง ข้อมูลที่เที่ยว รวมถึงอาหารการกินของชาวจอร์เจียไปก็เยอะแล้ว เรามีดูกันบ้างว่าไปเที่ยวจอร์เจีย ควรซื้ออะไรกลับมาบ้านเรากันบ้าง

  • ไวน์

   อย่างที่เราได้บอกไป ประเทศจอร์เจียขึ้นชื่อในเรื่องของไวน์ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นไวน์แดง ไวน์ขาว หรือไวน์ชนิดอื่น ซึ่งราคาถูกมาก มีขายทุกที่ หาซื้อง่ายมากค่ะ ตามสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ซุปเปอร์มาเก็ตในห้าง ร้านอาหาร และเขตควาเรลี (kvareli) ที่เป็น 1 ในเขตแหล่งผลิตไวน์ของจอร์เจีย ราคาของไวน์ก็มีตั้งแต่หลัก 100-1,000 บาทขึ้นไป มาทัวร์จอร์เจียแล้วได้ไวน์ดีๆ กลับไปฝากคนทางบ้าน ถือว่าจบทริปอย่างถูกต้องเลยค่ะ

  • คูซเชล่า (Churchkhela) 

   หลายท่านอาจจะเห็นแว่บแรกนึกว่าไส้กรอกอีสาน แต่ไม่ใช่นะคะ นี่คือขนมหวานทานเล่นที่ขึ้นชื่อของประเทศจอร์เจีย ข้างในเป็นไส้ถั่วต่าง ๆ บางอันก็มีผลไม้อบแห้งผสม เอามาร้อยเป็นพวงแล้วชุบด้วยแป้งที่ผสมน้ำองุ่นกับน้ำตาล มีหลายสีต่างรสกันไป หาซื้อได้ง่ายตามแหล่งท่องเที่ยวค่ะ ไปที่ไหนก็เจอ ราคาประมาณ 2-5 ลารี ต่อ 1 แท่งค่ะ

  • ผ้าพันคอ 

   ผ้าพันคอที่ประเทศจอร์เจียราคาไม่แพงแถมคุณภาพดีมากค่ะ มีหลากหลายแบบ แต่ที่แนะนำเลยคือ ผ้าพันคอที่ทำจากขนแกะแท้ สวยไม่เหมือนใคร บางแต่อบอุ่นค่ะ ราคาขึ้นอยู่กับขนาดของผ้ามีตั้งแต่ 40-100 ลารี สามารถหาซื้อได้ตามแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ 

  • Enamel Jewelry

   อีนาเมล เป็นเครื่องประดับที่ทำจากฝีมือของช่างอีนาเมล ประเทศจอร์เจีย ซึ่งในแต่ละพื้นที่ก็จะมีลวดลายเอกลักษณืที่แตกต่างกันออกไป เครื่องประดับชนิดนี้ทำมาจากวัสดุที่เป็นโลหะแล้วนำไปขึ้นรูปแล้วเคลือบแก้ว หาซื้อได้ไม่ยากนัก ของฝากชิ้นนี้จะเป็นของฝากที่ล้ำค่าเนื่องจากหาไม่ได้ง่ายๆ และลวดลายของมันนั้นก็สวยงามไม่ซ้ำใคร มาทัวร์จอร์เจียแล้วก็ซื้อฝากคนทางบ้านกันนะคะ

     เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับข้อมูลทัวร์จอร์เจียที่ทางเราหามาให้ในวันนี้ หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์กับคุณลูกค้าทุกท่านนะคะ

     ถ้าหากมองหาทัวร์จอร์เจีย ดีๆ ราคาถูก ติดต่อ ทราเวิล ออฟ ไลฟ์ ได้เลยนะคะ รับประกันว่าคุณจะได้ไปเที่ยวอย่างสบายใจ ปลอดภัย และประทับใจแน่นอนค่ะ

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้