ทัวร์อินเดีย ดินแดนแห่งพุทธศาสนา

     อินเดียเป็นประเทศแห่งอารยธรรมเก่าแก่ของโลก ทั้งยังเป็นต้นแบบของวัฒนธรรมต่าง ๆ หลากหลาย ซึ่งแน่นอนต้องรวมถึงเป็นต้นรากแห่งวัฒนธรรมของประเทศไทยเราด้วย แต่เมื่อพูดถึงประเทศอินเดีย สิ่งที่เราจะนึกถึงกลับไม่ใช่อารยธรรมที่รุ่งเรืองและสืบทอดมีชีวิตอยู่จนถึงปัจจุบัน หากแต่เรากลับไปมองเห็นเพียงความยากจน ความสกปรก ขอทาน อาหารไม่อร่อย เหล่านี้ ทำให้คนไทยส่วนใหญ่ไม่กล้าที่จะเข้าไปทัวร์อินเดีย หรือหากไปก็จะเลือกทัวร์อินเดียเป็นประเทศสุดท้าย

     แต่ถ้าเราลองนึกย้อนไป เราคงต้องยอมรับว่าอินเดียเป็นต้นแบบของอารยธรรมและวัฒนธรรมทั้งในด้านปรัชญา ความคิด ความเชื่อ เป็นต้นแบบของศิลปกรรมหลายแขนง ไม่ว่าจะเป็นงานสถาปัตยกรรม ศิปลกรรม นาฎศิลป์ รวมไปถึงงานประเพณีต่าง ๆ ดังนั้นการไปทัวร์อินเดียจึงไม่เพียงเป็นการมาเที่ยวเพื่อความสนุกสนานเพลิดเพลินเท่านั้น หากแต่เสมือนเราเดินเข้าสู่ประตูแห่งกาลเวลา ที่พาเราเข้าไปพบกับความงดงามของอารยธรรมต้นน้ำ ที่มีความงดงามและทรงไว้ซึ่งคุณค่าแม้กาลเวลาไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้

  สิ่งที่ควรรู้ ก่อนไปทัวร์อินเดีย

     ทัวร์อินเดีย ดินแดนเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนานกว่า 5,000 ปี เป็นถิ่นกำเนิดศาสดาและศาสนาสำคัญของโลก รวมถึงศิลปวัฒนธรรมประเพณี ชื่อประเทศอินเดีย ในสมัยพุทธกาล เรียกกันว่า “ชมพูทวีป” แต่สำหรับชาวอินเดียแล้ว นิยมเรียกประเทศตนเองว่า “ภารตะ” หรือ “ภารตวรรษ” ทั้งนี้สืบเนื่องจากความเชื่อที่ว่า ชาวอินเดียสืบเชื้อสายมาจากท้าวภรต ประเทศอินเดียในครั้งที่เรียกว่า ชมพูทวีปนั้น มีพื้นที่กว้างขวางมากกว่าประเทศอินเดียในปัจจุบันนี้มาก โดยกินอาณาบริเวณเมื่อเทียบกับปัจจุบัน เท่ากับ 7 ประเทศรวมกัน คือ 1.อินเดีย 2.ปากีสถาน  3.บังกลาเทศ 4.เนปาล 5.ภูฎาน  6.สิกขิม (รัฐในอารักขาของอินเดีย)  7. บางส่วนของอาฟกานิสถาน ซึ่งหากรวมทั้ง 7 ประเทศนี้แล้ว จะมีจำนวนประชากรพอ ๆ  กับประเทศจีนทีเดียว

     ประเทศอินเดียมีเนื้อที่ทั้งหมด ประมาณ 3,287,590 ตารางกิโลเมตร ซึ่งใหญ่กว่าประเทศไทย 6 เท่า หรือประมาณ 1 ใน 3 ของประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศอินเดียปัจจุบันประกอบด้วย 28 รัฐ 7 เขตปกครองพิเศษ เมืองหลวงของประเทศคือเมืองเดลี อยู่ในรัฐหรยาณา  และในแต่ละรัฐจะมีเมืองหลวงของรัฐนั้น ๆ ด้วย

อินเดียมีประชากรมากเป็นอันดับสองของโลก รองจากประเทศจีน คือ ประมาณ หนึ่งพันหนึ่งร้อยล้านคน มีภาษาถิ่นมากกว่า 200 ภาษา แต่รัฐธรรมนูญรับรองเพียง 14 ภาษา และภาษาทางราชการคือภาษาฮินดี

     อินเดียเป็นดินแดนแห่งศาสนาโดยแท้ ตั้งแต่โบราณกาลมาจนกระทั่งปัจจุบัน เพราะอินเดียมีภูมิประเทศ ที่อยู่ และเผ่าชนเป็นปรัชญาเมธีต่างๆ ในการค้นคิดในเรื่องของชีวิตและทางด้านคำสั่งสอน จนเกิดลัทธิศาสนาต่างๆ มากมายที่สุดในโลก จะเรียกอินเดียเป็นโลกแห่งศาสนาก็ว่าได้ ศาสนาที่สำคัญมีอยู่ในโลกปัจจุบันเกิดในอินเดีย ถึง 4 ศาสนา คือ พราหมณ์ หรือ ฮินดู พุทธ เชน หรือ นิครนถ์ และ ซิกข์

     เวลาในประเทศอินเดีย จะอยู่ในเส้นแบ่งเวลามาตรที่ GMT+5.30 นั่นคือเวลาจะช้ากว่าประเทศไทย 1.30 ชั่วโมง ดึงนั้นไปทัวร์อินเดียก็จะต้องปรับนาฬิกากันก่อนเที่ยวนะคะ

     สกุลเงิน เมื่อคุณตัดสินใจไปทัวร์อินเดีย ให้แลกเป็นเงินดอลล่าร์สหรัฐไปแล้วจึงไปแลกเป็นเงินรูปีอินเดียที่ โรงแรมที่พัก เนื่องจากในประเทศอินเดียห้ามนำเงินรูปีออกนอกประเทศ ท่านควรแลกเงินเป็นธนบัตรใบละ 100และ 50 ดอลล่าร์ ไปเนื่องจากจะแลกเงินรูปีได้ราคาดีกว่า ธนบัตรใบละ 10 และ 20 ดอลล่าร์

     และที่สำคัญการไปทัวร์อินเดีย จะต้องทำวีซ่าอินเดียก่อนเดินทาง ซึ่งวิธีการทำก็ไม่ได้ยากอะไร และปัจจุบันก็มีศูนย์บริการรับยื่นในประเทศไทยแล้วด้วยเช่นกัน

  ไปทัวร์อินเดียช่วงไหนดี ?

     ประเทศอินเดียมีสภาพภูมิอากาศแตกต่างกันมากเนื่องจากมีพื้นที่กว้างใหญ่ซึ่งตอนเหนืออยู่ในเขตหนาวส่วนตอนใต้อยู่ในเขตร้อน แต่ละภาคจึงมีอากาศที่แตกต่างกันออกไปด้วยซึ่งประเทศอินเดียมี 3 ฤดูกาลได้แก่

  • ทัวร์อินเดียฤดูร้อน

   อยู่ในช่วงระหว่างเดือนเมษายน จนถึงเดือนมิถุนายน ซึ่งมีอุณหภูมิสูงสุดประมาณ 35 องศาฯ

  • ทัวร์อินเดียฤดูฝน

   อยู่ในช่วงระหว่างเดือนกรกฎาคม จนถึงเดือนกันยายน โดยมีอุณหภูมิประมาณ 28 องศาฯ

  • ทัวร์อินเดียฤดูหนาว

   อยู่ระหว่างเดือนตุลาคม ถึงเดือนมีนาคมอุณหภูมิประมาณ 10-17 องศาฯ โดยมีอุณหภูมิต่ำสุดประมาณ - 3 องศาฯ เฉพาะบางเมืองเท่านั้น

  เทศกาลที่น่าไปทัวร์อินเดีย

     ในปัจจุบัน ประเทศไทยนั้นมีประชากรชาวอินเดียเข้ามาอาศัยอยู่ และท่องเที่ยวกันมากขึ้นจากในอดีต เทศกาลของชาวอินเดียก็มีจัดกันมากขึ้นในประเทศไทย เพื่อน ๆ เคยสงสัยกันหรือไม่ บอกเลยว่าไม่เหมือนใครในแต่ละเทศกาลของคนอินเดียมีอะไรบ้าง ไปดูกัน

  • เทศกาลดิวาลี Diwali

   เทศกาลแห่งแสงไฟและความรื่นเริงของชาวฮินดู เป็นการต้อนรับปีใหม่และเป็นการเฉลิมฉลองชัยชนะความดีที่สามารถเอาชนะความชั่วร้ายได้ นอกจากนี้ พลุที่ใช้จุดภายในงานยังบ่งบอกถึงแสงสว่างที่อยู่เหนือความมืดมน ส่วนมากนิยมจัดในช่วงเริ่มต้นฤดูหนาว หรืออยู่ในช่วงเดือนตุลาคมและพฤศจิกายนตามปฏิทินจันทรคติ ไปทัวร์อินเดียช่วงนี้ ก็จะได้บรรยากาศสวยๆ ค่ะ

  • เทศกาล Hornbill 

   ประเทศอินเดียเนี่ยมีชนเผ่ารวมกันอยู่มากมายเต็มไปหมดทั่วทั้งประเทศ ซึ่งเทศกาล Hornbill Festival นี้ถูกจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมของชนเผ่าเหล่านี้ โดยจะมีชนเผ่ากว่า 16 กลุ่มมารวมตัวกันเพื่อขายอาหารพื้นเมืองของตัวเอง และมีการจัดแสดงโชว์ รวมถึงตลาดงานศิลปะต่างๆ ซึ่งบอกเลยว่าสวยงามมาก เพราะวิวทิวทัศน์ที่ล้อมรอบเรามีทั้งภูเขา หมู่บ้าน และนาขั้นบันได เดินเล่นได้เพลินๆ ยังไงก็ไม่เบื่อ ควรหาเวลามาทัวร์อินเดีย เพื่อร่วมเทศกาลนี้สักครั้งค่ะ

  • เทศกาล Goa Carnival

   คนไหนได้มีโอกาสไปเที่ยวอินเดียช่วงเดือนมีนาคม ขอบอกเลยว่ามาถูกวัน ถูกเดือนจริงๆ เพราะเค้ามีเทศกาลคาร์นิวัล Goa ที่อลังการงานสร้างดาวล้านดวงมากๆ มีขบวนพาเหรดหลากสีสันเดินนำกันมาไม่ขาดสาย และมีปาร์ตี้เพลงแดนซ์ เครื่องดนตรีสุดมันรอให้เหล่านักเต้นไปวาดลวดลายให้อินเดียลุกเป็นไฟ จัดว่าเป็นที่เที่ยวในทัวร์อินเดียช่วงเทศกาลที่ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง

  • เทศกาลเล่นสี Holi festival

   เทศกาลโฮลี หรือเทศกาลเล่นสี เป็นเทศกาลที่มีจัดขึ้นทั่วทั้งประเทศอินเดีย ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก มักเริ่มในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ เป็นช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงจากฤดูหนาวสู่ฤดูร้อน ซึ่งส่งผลต่อสภาพร่างกายและสุขภาพจิตใจของมนุษย์ ทำให้ป่วยได้ง่าย เทศกาลนี้มีขึ้นมาในช่วงโบราณ โดยใช้ผงสีจากพืชและสมุนไพรธรรมชาติที่มีสีต่าง ๆ ทั้งแดง, เหลือง, คราม หรือเขียว มาโปรยใส่กัน เพื่อสร้างภูมิต้านทานให้แก่ร่างกาย พร้อมทั้งได้รับความสนุกสนานอีกด้วย เป็นเทศกาลที่ห้ามพลาดถ้าได้มาทัวร์อินเดียในช่วงฤดูนี้ค่ะ

  สถานที่ที่น่าไป ในทัวร์อินเดีย

     ทัวร์อินเดีย เป็นอีกประเทศหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะมีวัฒนธรรม วิถีชีวิต และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ที่สำคัญ ที่เป็นสิ่งดึงดูดทำให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกต่างพากันเดินทางมาที่ประเทศอินเดีย เพื่อสัมผัสกับความงามในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

  • พระราชวังฮาวามาฮาล (Hawa Mahal) หรือ พระราชวังแห่งสายลม (Palace of The Winds)

   สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในเมืองชัยปุระที่คนรักการถ่ายรูปต้องไม่พลาดมาเช็คอินถ่ายรูปสวยๆ กลับไปเป็นที่ระลึก ความงดงามของพระราชวังฮาวามาฮาลแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ ค.ศ. 1799 ก่อสร้างขึ้นด้วยหินทรายสีชมพู สร้างเลียนแบบรูปทรงของมงกุฎพระนารายณ์ สวยงามตามสไตล์ราชปุต บอกเลยว่าทุกส่วนของพระราชวังฮาวามาฮาลถูกออกแบบและก่อสร้างอย่างวิจิตรงดงาม คุ้มค่าต่อการเดินทางไปชื่นชมความงามให้เห็นกับตาและเตรียมชุดสวยๆ ไปถ่ายรูปกัน

  • พระราชวังแอมเบอร์ฟอร์ท (Amber Fort)

   พระราชวังแอมเบอร์ฟอร์ทแห่งเมืองชัยปุระ ประเทศอินเดีย เป็นพระราชวังที่ตั้งอยู่บนหน้าผาริมทะเลสาบเมาตา (Maota) ถูกสร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมแบบผสมผสานระหว่างสไตล์ราชปุตและโมกุล แต่เดิมเคยเป็นราชธานีของเมืองชัยปุระ ประเทศอินเดียและเป็นจุดยุทธศาสตร์ของราชวงศ์กาญจวาหา มีกำแพงสูงแน่นหนาที่แบ่งออกเป็น 4 ชั้น สามารถเลือกนั่งช้างชมพระราชวัง หรือจะนั่งรถจีปชมพระราชวังก็ได้ แต่แนะนำว่าเมื่อมาทัวร์อินเดียแล้วทั้งที ก็ลองนั่งช้างชมพระราชวังไปเลยจะดีกว่าเพราะเพื่อนๆ จะได้มีรูปสวยสุดพิเศษกลับไปเป็นที่ระลึกจนคนอื่นเห็นแล้วจะต้องอิจฉาอย่างแน่นอน

  • ท่าน้ำทศาศวเมธ ฆาต (Dasaswameth Ghat)

   หากเพื่อนๆ ที่มาทัวร์อินเดีย อยากเข้าถึงแก่นแท้วิถีชีวิตของชาวอินเดียต้องไม่พลาดการมาเที่ยวริมฝั่งแม่น้ำคงคา เมืองพาราณสี โดยบริเวณท่าน้ำทศาศวเมธ ฆาตนี้เป็นท่าน้ำที่ใหญ่ที่สุดและเป็นสถานที่สำคัญทางศาสนาของชาวอินเดียที่เพื่อนๆ จะได้เห็นวิถีชีวิตของชาวอินเดียในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการมาแสวงบุญโดยการอาบน้ำชำระร่างกาย การนำอัฐิมาลอยในแม่น้ำคงคา การประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ทำพิธีอารตี ฯลฯ

  • จุดชมวิวซางกัม (Sangam Viewpoint)

   อีกหนึ่งจุดชมวิวที่สวยที่สุดในเลห์ ลาดัก ประเทศอินเดียที่ต้องมาให้เห็นกับตาเมื่อมาทัวร์อินเดีย ก็คือ จุดชมวิวซางกัม เพราะบริเวณนี้เป็นจุดที่แม่น้ำสินธุและแม่น้ำซันสการ์ไหลมาบรรจบกัน ซึ่งแม่น้ำทั้ง 2 สายนี้เป็นแม่น้ำสายสำคัญของอินเดีย สีของแม่น้ำทั้ง 2 สายก็มีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดเจน อีกทั้งยังโอบล้อมด้วยภูเขา

  • ทัชมาฮาล (Taj Mahal)

   หากเอ่ยถึงสถานที่ท่องเที่ยวในทัวร์อินเดียจะไม่เอ่ยถึงทัชมาฮาล อนุสรณ์สถานแห่งความรักที่เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคใหม่ก็คงไม่ได้ ทัชมาฮาลสร้างขึ้นจากความรักของสมเด็จพระจักรพรรดิชาห์ชะฮันที่มีต่อพระนางมุมตัซ มาฮาล พระมเหสีของพระองค์ โดยจุดประสงค์ของการสร้างทัชมาฮาลก็คือเพื่อใช้เป็นอนุสาวรีย์ฝังศพของพระนางมุมตัซ มาฮาลนั่นเอง

  • สถานีรถไฟฉัตรปติศิวาชี (Chhatrapati Shivaji Terminus)

   เมื่อมาทัวร์อินเดีย เมืองมุมไบเป็นอีกหนึ่งเมืองที่เราแนะนำให้เพื่อนๆ มาเที่ยวกัน โดยเฉพาะที่สถานีรถไฟฉัตรปติศิวาชี (Chhatrapati Shivaji Terminus) ของมุมไบ หรือชื่อเดิมเรียกว่าสถานีปลายทางวิคตอเรีย (Victoria Terminus)  ถือเป็นหนึ่งในสถานีรถไฟอีกแห่งที่สวยงามที่สุดอีกแห่งในโลก ตอนกลางคืนก็มีการเปิดไฟสีสันสวยงาม 

  อาหารที่ต้องลอง เมื่อมาทัวร์อินเดีย

     อาหารอินเดียเป็นอาหารที่ขึ้นชื่อเรื่องความหอมและกลมกล่อมของเครื่องเทศที่รักษาเอกลักษณ์ของรสชาติอาหารไว้ได้อย่างลงตัว สำหรับคนที่ตั้งใจจะเดินทางไปทัวร์อินเดียเป็นครั้งแรกกก็คงกำลังกังวลว่ามีเมนูไหนบ้างที่มีรสชาติน่าลิ้มลองและถูกบ้างคนบ้านเราบ้าง มาลองดูกันได้เลยค่ะ

  • แกงแพะโรกันจอช (Rogan Josh)

   อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่าอาหารอินเดียจะขึ้นชื่อเรื่องเครื่องเทศ ดังนั้นอาหารอินเดียก็จะเป็นเมนูที่มีรสชาติจัดจ้านเผ็ดร้อนและจะมีวัตถุดิบที่เน้นเครื่องเทศเป็นหลัก อาทิเช่น พริก กระวาน อบเชย โดยใช้แกะแพะหมักเครื่องเทศเคี้ยวไปในน้ำซุปมะเขือเทศเข้มข้นจนกลายเป็นอาหารเลิศรส มาทัวร์อินเดียก็ลองเมนูนี้ได้ค่ะ

  • จาปาตี (Chapati)

   เป็นอาหารที่ทำขึ้นมาจากแป้งเป็นแป้งชนิดหนึ่งของอินเดียที่มีลักษณะกลม ๆ แบน ที่เรียกว่าแป้งจาปาตี นำแป้งมาปิ้งกับไฟจนมีกลิ่นหอมและทานคู่กับเครื่องเคียง อย่างเช่นแกงรสเผ็ดร้อน หรือ เป็นพวกโยเกิร์ต ถือเป็นอาหารที่ขึ้นชื่อและมีชื่อเสียงสำหรับทัวร์อินเดียเลยทีเดียว

  • กะบับ (Kabab)

   เป็นอาหารประเภทย่าง ที่จะนำเนื้อสัตว์มารนไฟห่างๆ โรยด้วยเครื่องเทศทำให้มีกลิ่นหอม เมื่อได้มาทัวร์อินเดีย ก็จะเห็นขายตามข้างทาง สามารถลองชิมได้เลยค่ะแล้วจะถูกใจ

  • รำซัม (Rasam)

   เป็นแกงที่ออกรสชาติไปทางรสเค็ม นิยมทานกับผัก ซึ่งมักจะทำมาจากดาล

  • ข้าวหมกไก่อินเดีย (Hyderabadi Biryani)

   เป็นอีกเมนูหนึ่งที่มีชื่อเสียงโด่งดังอย่างเมนูข้าวหมกไก่ที่นำข้าวไปหุงกับเครื่องเทศและทำไก่ไปอบจนนุ่มได้รสเต็มคำอร่อยมากจริง ๆ ถึงขนาดที่ว่ากลับมาจากทัวร์อินเดียแล้วยังต้องหาทานอีกในไทย

  • ไก่แทนดอรี (Chicken Tandoori)

   เป็นไก่ย่างบนเตาถ่านรสชาติเผ็ดร้อนที่เป็นเมนูยอดนิยมของอินเดียเลยล่ะค่ะ ดังนั้นเมื่อมาทัวร์อินเดีย ก็ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง




     ไปทัวร์อินเดีย ซื้ออะไรกลับไปฝากคนที่บ้านดี ?

     หลายคนคงนึกภาพไม่ค่อยออกว่าไปทัวร์อินเดียแล้ว ซื้ออะไรกลับมาฝากคนที่บ้าน หรือเพื่อนๆ ดี ? แต่หารู้ไม่ว่า อินเดียเองก็มีสินค้าที่มีสรรพคุณขึ้นชื่ออยู่มากมายหลายอย่างให้นักท่องเที่ยวที่มาทัวร์อินเดียได้ซื้อกลับไปประเทศของตนเอง เรามาดูกันค่ะว่าจะมีอะไรที่น่าสนใจบ้าง

  • ผ้าคลุมไหล่ ผ้าพัชมีนา (Pashmina)

   มีหลายแบบ หลายสี หลายคุณภาพ ตั้งแต่ราคาต่ำถึงสูงเลยทีเดียว พัชมีนา 100% จะหมายถึงขนแพะ (พัชมีนา) บริสุทธิ์จะไม่มีไหมหรือเส้นใยอย่างอื่นมาปน เป็นของฝากอย่างดีที่ควรซื้อเมื่อมาทัวร์อินเดียค่ะ

  • สินค้าจากแบรนด์ Himalaya

   Himalaya เป็นแบรนด์ยอดนิยมของคนไทยที่ไปทัวร์แสวงบุญที่อินเดีย ในโปรแกรมทัวร์จะต้องมีแวะที่ร้านทั้งที่ตลาดบริเวณหน้าต้นโพธิ์ ที่พุทธคยา ส่วนที่พาราณสีก็จะมีในสนามบินก่อนเข้าไปด้านใน และสินค้าที่ฮิตมากตัวนึงก็คือลิปบาล์มนี่แหละ ใช้ดีมาก แก้ปากแห้งปากลอกชะงัดนัก ใครที่มาทัวร์อินเดียต้องได้ของฝากจากแบรนด์นี้กลับบ้านแทบทุกราย

  • Dabur Pudin Hara หรือยาช่วยย่อยและลดกรดในกระเพาะ

   Pudin hara ยาที่ใครหลายๆ คนคุ้นหู หรืออาจเคยลองทานกันมาแล้ว ซึ่งเจ้ายาเม็ดเขียวตัวนี้จะกระตุ้นระบบย่อยอาหาร มีฤทธิ์เย็น ทำให้รู้สึกเย็นสบายในท้อง ลดการปวดท้อง ช่วยเรื่องกรดไหลย้อนได้เป็นอย่างดี และขับลมในกระเพาะได้ดีอีกด้วย สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป ซึ่งอินเดียเป็นประเทศที่หาร้านขายยาได้ง่ายมาก พอๆ กับ 7-11 บ้านเราเลยจ้า งานนี้มาทัวร์อินเดียทั้งทีต้องซื้อติดมือกลับบ้านไปด้วยแล้ว

  • Dark Fantasy

   คุ้กกี้สอดไส้ช็อกโกแลตลาวา สำหรับใครที่ชื่นชอบ เกี่ยวกับช็อกโกแลต ขนมชิ้นนี้นั้น ถือได้เลยว่า ไม่ควรพลาด เป็นอย่างมาก ด้วยที่ว่า ขนมชิ้นนี้นั้น ทำออกมาได้เป็นอย่างดี หากใครนั้นได้มาทัวร์อินเดีย และลองทานดูสักครั้ง บอกเลยว่า จะต้องติดใจ กันอย่างแน่นอน

     ก็จบกันไปแล้วนะคะสำหรับข้อมูลและการเตรียมตัวไปทัวร์อินเดีย หวังว่าข้อมูลที่เราจัดสรรมาให้เพื่อนๆ จะเป็นประโยชน์ค่ะ

     สุดท้ายนี้ถ้าหากคุณกำลังมองหาทัวร์อินเดีย ราคาถูก บริการจัดเต็ม ติดต่อ ทราเวิล ออฟ ไลฟ์ เพื่อสอบถามข้อมูลได้เลยค่ะ แล้วไปทัวร์อินเดียด้วยกันนะคะ

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้